แพทย์ชี้…สาวโสดยุคใหม่ฝากไข่ไว้มีลูกในอนาคต

12 Mar

แพทย์ชี้…สาวโสดยุคใหม่ฝากไข่ไว้มีลูกในอนาคต

สาวโสดยุคใหม่นิยม “ฝากไข่” เพื่อรอว่าที่สามีในอนาคตและเพื่อการมีลูกเพราะเปรียบเสมือนการซื้อประกันสุขภาพ “แค่ซื้อไว้..ไม่ได้ใช้ก็ไม่เสียหาย”
ด้วยยุคสมัยและวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้หญิงในปัจจุบัน มีภาวะความเป็นผู้นำสูง ทำงานคล่องแคล่ว มีความมั่นใจในทุกๆ ด้าน ดังนั้นผู้หญิงในยุคดิจิทัล จึงทุ่มเทเวลาให้การทำงานและการใช้ชีวิต กิน เที่ยว ช็อป แบบสุดโต่ง จนแทบไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องการมีครอบครัวและการมีลูก มารู้ตัวอีกทีรถด่วนขบวนสุดท้ายก็ผ่านไปเสียแล้ว ดังนั้นสาวโสดยุคใหม่ทั้งหลายจึงหันมานิยม “ฝากไข่” เพื่อรอว่าที่สามีในอนาคตและเพื่อการมีลูกเพราะเปรียบเสมือนการซื้อ

ประกันสุขภาพ “แค่ซื้อไว้..ไม่ได้ใช้ก็ไม่เสียหาย”
พญ.นิศารัตน์ สุนทราภา ผู้อำนวยการแพทย์ฝ่ายวิชาการ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก และวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนกล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่จะทุ่มเทเวลาให้การทำงาน การท่องเที่ยว และหวงแหนการใช้ชีวิตโสดจนลืมคิดเรื่องการมีครอบครัวและมีลูก ซึ่งในปัจจุบันพบว่าผู้หญิงแต่งานช้าลงจากเดิมมาก เฉลี่ยอายุ 35 ปี ถึงจะยอมแต่งงานมีครอบครัว เมื่อแต่งงานช้า ความสมบูรณ์ของร่างกายก็จะค่อยๆ ลดลง ทำให้มีลูกยาก ดังนั้นสาวโสดยุคใหม่จึงนิยมเลือกการฝากไข่เพื่อจะได้สามารถโฟกัสในการทำงานโดยไม่ต้องพะวงเรื่องภาวะมีบุตรยากในอนาคต เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นความสมบูรณ์ของไข่จะลดลงไปตามอายุด้วย โดยตั้งแต่แรกเกิดที่เราอยู่ในท้องแม่จะมีไข่อยู่ในร่างกายประมาณ 6-7 ล้านใบและปริมาณจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น แต่เมื่ออายุมากขึ้นความสมบูรณ์ของไข่และจำนวนของไข่ในร่างกายจะลดลงมาก หรือบางคนที่อายุมากขึ้นก็อาจจะมีไข่ตกบ้าง และไข่ไม่ตกบ้างในบางเดือน เพื่อลดปัญหาความกังวลต่างๆ สาวโสดจึงเลือก “วิธีฝากไข่” เปรียบเสมือนการซื้อประกันสุขภาพสำหรับอนาคต

“การฝากไข่ คือการที่ผู้หญิงสามารถเก็บเซลล์สืบพันธุ์หรือที่เรียก “ไข่” โดยนำมาแช่แข็งเอาไว้ในอุณหภูมิที่เย็นจัด-196 องศาเซลเซียส ซึ่งการเก็บไข่จะสามารถเก็บได้ จำนวนไข่ที่เก็บได้ขึ้นกับปริมาณไข่ต่อรอบเดือนที่มีอยู่ในผู้หญิงของแต่ละคน โดยเฉลี่ย ประมาณ 10-15 ใบ แต่สำหรับผู้หญิงที่มีจำนวนไข่มากอาจเก็บได้มากถึง 20-30 ใบได้ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายแต่ละคน อายุการเก็บอยู่ที่ 5-6 ปี สำหรับเหตุผลในการฝากไข่ สาวๆ ส่วนใหญ่จะเก็บไว้เพื่อมีลูกในอนาคต เพราะเมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น ความสมบูรณ์ของไข่ทั้งจำนวน และโอกาสได้ไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติมากขึ้น จะทำให้มีปัญหาเรื่องการมีลูกยากตามมา หรือหากแต่งงานช้าแล้วตั้งครรภ์ตอนอายุมากก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ ตามมา อาทิ ความไม่สมบูรณ์ของโครโมโซม ที่เราพบบ่อยในเมืองไทย คือโครโมโซมคู่ที่ 21 จะทำให้ลูกที่เกิดมาเป็นเด็กดาวน์ซินโดรม ดังนั้นการฝากไข่จึงเป็นทางเลือกของผู้หญิงโสดที่ยังไม่พร้อมมีครอบครัวหรือมีครอบครัวแล้วแต่ยังไม่พร้อมมีลูก แทนที่จะปล่อยให้อายุล่วงเลยผ่านไปเพื่อรอวันที่พร้อมจนอายุมากขึ้น เราก็สามารถฝากหรือเก็บไข่ไว้ก่อนได้โดยช่วงอายุที่เหมาะสมในการฝากไข่ คือ อายุต่ำกว่า 35 ปี เพื่อให้ได้ไข่ที่มีความสมบูรณ์ มีคุณภาพ และมีจำนวนที่เพียงพอต่อการฝากหรือทำในครั้งเดียว” ผู้ชี่ยวชาญแนะ
พญ.นิศารัตน์ กล่าวอีกว่า ด้วยความที่ผู้หญิงเก่งขึ้น มีความมั่นใจ มีความเป็นผู้นำได้เท่าเทียมผู้ชาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวๆ ยุคใหม่จะแต่งงานช้า ดังนั้นจึงอยากฝากถึงคุณสาวๆ ทั้งหลายว่า อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเพราะอายุที่มากขึ้น ความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ ก็ตามมา ถ้าวางแผนอนาคตไว้แล้วว่าอยากมีครอบครัว อยากมีลูก การฝากไข่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ความเสี่ยงต่างๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีลูกยาก หรือมีลูกเป็นดาวน์ซินโดรม เพราะการฝากไข่ไม่ใช่แค่สาวโสดเท่านั้นที่ทำได้ แต่ในกรณีของคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง อาทิ โรคมะเร็ง ก็สามารถฝากไข่ได้เช่นกัน เนื่องจากกระบวนการรักษา การให้คีโมและการฉายแสงจะส่งผลไปทำลายไข่ ทำให้ไข่ฝ่อ หรือไม่สมบูรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก komchadluek.news